เลือดพร่อง

เลือดพร่อง


ตามหลักการแพทย์แผนจีน เลือดที่ดีมีคุณภาพมาจากปัจจัยหลายประการ คือ

1) อาหารที่รับประทานเข้าไป
2) การทำงานหรือพลังของม้ามและกระเพาะอาหาร ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการย่อยอาหารและดูดซึมอาหาร รวมทั้งแปรเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นเลือด
3) การทำงานของปอด ที่จะทำให้เลือดเป็นเลือดที่สดและสะอาด
4) การทำงานของไต ไตมีหน้าที่เก็บสารจำเป็น “จิง” (ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติและการหลั่งสาร คัดหลั่งฮอร์โมน เอนไซม์) และไตสร้างไขกระดูก (ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง)

ภาวะเลือดพร่อง เป็นภาวะการขาดเลือด ทำให้อวัยวะภายใน(จั้งฝู่) ขาดเลือดหล่อเลี้ยง ทำให้ใบหน้าขาวซีดหรือเหลืองซีดร่วมกับมีอาการเวียนศีรษะ ตาลาย ใจสั่น นอนไม่หลับ บางครั้งมีอาการแขนขาชา ในสตรีจะมีประจำเดือนน้อยสีซีด ประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนด กระทั่งขาดประจำเดือน

 

สาเหตุของเลือดพร่อง

1. การสร้างเลือดน้อย เกิดจากความผิดปกติทาง กรรมพันธุ์ ระบบม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง ทำให้การย่อยและการดูดซึมอาหารพร่อง
• ระบบการย่อย ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง
• เครียดเรื้อรัง ทำให้เลือดและยินพร่อง
• เลือดอุดกั้น ทำให้สร้างเลือดใหม่ไม่ได้
• สารจำเป็น “จิง” ของไตไม่พอ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเลือด

2. การเสียเลือด ได้แก่
• การเสียเลือดเฉียบพลันหรือรุนแรง เช่นอุบัติเหตุ, การผ่าตัด, การคลอดบุตร
• การเสียเลือดแบบเรื้อรัง เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร, ริดสีดวงทวาร ผู้มีพยาธิในลำไส้ เป็นต้น
• การมีประจำเดือนมากผิดปกติ


ผลของเลือดพร่อง

1. ทำให้ขาดการหล่อเลี้ยง สมรรถภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ลดลง อาการที่แสดงออกได้ชัดเจนที่สุดคือ
• ขาดการหล่อเลี้ยงบริเวณสมอง ทำให้เวียนศีรษะ ตาลาย
• เลือดหัวใจพร่อง เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ
• เลือดที่ไปเลี้ยงแขนขาน้อยลง มีอาการชามือเท้า
• ในสตรีเมื่อขาดเลือด ประจำเดือนก็น้อยจนกระทั่งไม่มีประจำเดือน

2. ทำให้ไม่มีน้ำมีนวล สะท้อนออกที่ผิวหนัง ใบหน้า เล็บ ริมฝีปาก ถ้าเลือดพร่องสีหน้าหมองคล้ำ เหลืองซีดริมผีปากซีด

3. ทำให้ขาดความชุ่มชี้น นอกจากผิวหนังจะแห้งหยาบแล้ว ขนและผมจะแห้งหลุดง่าย ลำไส้ขาดเลือดหล่อเลี้ยง ทำให้ท้องผูก อุจจาระแข็งและเป็นก้อน


ผลต่อเนื่องของการเกิดเลือดพร่องเรื้อรังทำให้เกิด

1) พลังลมปราณ “ชี่” พร่องตามมา เกิดภาวะเลือดและพลังพร่อง
2) เกิดผลกระทบต่อหัวใจและตับ ทำให้เลือดหัวใจพร่อง เลือดของตับพร่อง
3) ทำให้ขาดสารจำเป็น “จิง” เมื่อไม่มีเลือด ก็ไม่เปลี่ยนเป็นจิง ทำให้ “จิง” ของตับและไตแห้ง (ภาวะฮอร์โมนต่างๆ ลดลง)
4) เอ็นและชีพจรขาดอาหาร ถ้าเป็นมากจะเกิด ลมภายในร่างกาย (อาการสั่นเกร็ง อัมพฤกษ์ อัมพาต)


คนที่มีเลือดพร่องมักมีพลังพร่องด้วยเสมอ ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการสร้างพลังลมปราณ “ชี่” และเลือดภายในร่างกายจะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ถ้าชี่เพียงพอ เลือดก็จะสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์และไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในทางกลับกัน ชี่ก็ต้องอาศัยเลือดไปหล่อเลี้ยงและให้ความชุ่มชื้น ถ้าเลือดพร่องลง ชี่ก็จะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ชี่พร่องและเลือดพร่องเกิดขึ้นร่วมกันอยู่เสมอ การรักษากลุ่มอาการชี่พร่องหรือเลือดพร่องนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ยาบำรุงชี่และบำรุงเลือดควบคู่กันไป

การบำรุงชี่ บำรุงเลือดจัดเป็นวิธีการเสริมสร้างสุขภาพเชิงบูรณาการขั้นพื้นฐานแต่สำคัญยิ่งสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการของชี่พร่องหรือเลือดพร่องอยู่แล้ว ผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อชี่พร่องหรือเลือดพร่องควรบำรุงชี่-บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอเพื่อบำบัดอาการ เพิ่มโอกาสการหายของโรคและสะสมต้นทุนทางสุขภาพ ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนมนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)* แนะนำว่า การบำรุงชี่ และเลือด เหมาะสำหรับ :-

  • ผู้ที่ร่างกายอยู่ในภาวะกึ่งแข็งแรงหรืออ่อนแอ: เสริมสร้างสุขภาพเชิงบูรณาการทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: เมื่อชี่และเลือดในร่างกายสมบูรณ์ขึ้นจะช่วยเพิ่มโอกาสการหายของโรค
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออก: เช่น เลือดออกในกระเพาะ เลือดออกในริดสีดวงทวาร ประจำเดือนมามากหรือมานานเกิน 7 วัน เป็นต้น ซึ่งทำให้มีการเสียเลือดจึงต้องบำรุงชี่-บำรุงเลือดเป็นพิเศษ
  • ผู้ป่วยเนื้องอกและมะเร็ง: เพื่อบำบัดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันต่อต้านกับเซลส์มะเร็งและลดผลข้างเคียงจากการรักษา
  • ผู้ที่อยู่ในระยะพักฟื้นหลังเจ็บป่วย ผ่าตัดหรือคลอดบุตร: กระตุ้นการฟื้นฟูของร่างกายและทำให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
  • ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง: กระตุ้นการสร้างเลือดเพื่อขจัดต้นเหตุของภาวะโลหิตจาง
  • ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ: ซึ่งจะพบบ่อยในผู้ป่วยไข้เลือดออก โรคมะเร็ง โรคไตวายเรื้อรัง โรค SLE โรคตับแข็งหรือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส การบำรุงชี่ บำรุงเลือดจะบำบัดภาวะเกล็ดเลือดต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสการหายของโรค
  • ผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ: ซึ่งพบบ่อยในผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือที่มีการแผ่รังสี ครูและอาจารย์ที่ต้องใช้ปากกาไวท์บอร์ดเป็นประจำ การบำรุงชี่-บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สุภาพสตรี: การมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ คลอดบุตร ให้นมบุตรหรือการแท้งบุตรนั้นจะทำให้สตรีต้องประสบปัญหาชี่พร่องและเลือดพร่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การบำรุงชี่-บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกายและป้องกันวัยทองมาก่อนวัยอันควร
  • เด็กและวัยรุ่น: ภาวะโลหิตจางที่พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่นจะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้การเจริญเติบโตและการเรียนรู้ช้าลง ขาดสมาธิและความสนใจในการเรียน เซื่องซึม หงอยเหงา เบื่ออาหารและร่างกายอ่อนแอ เป็นหวัดง่าย จึงควรบำรุงชี่-บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอ
  • นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่ต้องใช้สมองหนัก: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจดจำและการเรียนรู้และทนต่อภาวะความเครียดได้ดีขึ้น
  • ผู้สูงอายุ: ซึ่งร่างกายมีความเสื่อมตามวัยและมักจะมีโรคประจำตัว การบำรุงชี่-บำรุงเลือดอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น เพิ่มอัตราการหายของโรคและเป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ
  • ผู้ที่นอนไม่หลับ: ชี่และเลือดที่สมบูรณ์จะทำให้สมองได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น อาการนอนไม่หลับและฝันบ่อยก็จะค่อยๆ ทุเลาลง
  • ผู้ที่ปรารถนาผิวพรรณเปล่งปลั่งและเนียนเรียบ: ทำให้สุขภาพผิวดี มีเลือดฝาด สวยจากภายในสู่ภายนอก
  • ผู้ที่ต้องการกระดูกและฟันที่แข็งแรง และลดภาวะกระดูกพรุน ทำให้ร่างกายดูดซึม ลำเลียงและเก็บสะสมแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระดูกและฟันจึงแข็งแรงขึ้น และลดภาวะกระดูกพรุนในสตรีวัยทองและผู้สูงอายุได้อย่างเด่นชัด
  • ผู้ที่เส้นผมแห้งกร้าน หลุดร่วงง่าย: สุภาษิตการแพทย์จีนได้กล่าวไว้ว่า เส้นผมเป็นส่วนปลายของเลือด เมื่อเลือดสมบูรณ์ขึ้น เส้นผมก็จะเงางามมีชีวิตชีวาและไม่หลุดร่วงง่าย




  • FAQ Blood.png
    เลือดพร่อง - คำถามที่พบบ่อย เลือดพร่อง มีอาการอย่างไร สาเหตุของการเกิดเลือดพร่องแต่ละกลุ่ม จำแนกได้อย่างไรว่า เลือดพร่องในกลุ่มอาการไหน หลักการรักษาเลือดพร่อง ทำไมจึงต้องบำรุงพลัง...
Visitors: 180,577