หวัด
หวัด
ไขรหัสรับมือ "หวัด" ให้ตรงจุด: คู่มือปรับสมดุลร่างกายด้วยวิถีการแพทย์แผนจีน
ในมุมมองของ การแพทย์แผนจีน, อาการหวัดหรือที่เรียกว่า กั่นเม่า (感冒 - Gǎnmào) ไม่ได้เป็นเพียงการติดเชื้อไวรัสเท่านั้น แต่คือภาวะที่ร่างกายเสียสมดุลจากการถูกปัจจัยภายนอกที่เรียกว่า "ลม" (风 - Fēng) เข้ามากระทบ ลมเสมือนหัวโจกที่นำพาความผิดปกติอื่นๆ เช่น ความเย็น หรือความร้อน เข้ามาโจมตี "ปอด" และ "เว่ยชี่" (卫气 - พลังปกป้องร่างกาย) ของเรา หากเรารู้เท่าทันว่าร่างกายกำลังเสียสมดุลในรูปแบบใด เราจะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างแม่นยำและหายป่วยได้เร็วขึ้นครับ
---
รูปแบบความไม่สมดุลและสาเหตุ
การแพทย์แผนจีนแบ่งหวัดใหญ่ๆ ออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะของ "ปัจจัยก่อโรค" ดังนี้:
หวัดเย็น (风寒感冒 - Fēnghán Gǎnmào)
- สาเหตุ: เกิดจากลมและความเย็นเข้ากระทบ มักเกิดในฤดูหนาว การตากแอร์เย็นจัด อาบน้ำเย็นดึกๆ หรือสวมเสื้อผ้าบางเกินไปในที่อากาศเย็น
- อาการเด่น: กลัวหนาวมาก ไข้ต่ำหรือไม่มีไข้แต่ตัวสั่น "ไม่มีเหงื่อ" ปวดเมื่อยตามตัวโดยเฉพาะท้ายทอย น้ำมูกใส จามบ่อย มักมีอาการคันคอมากกว่าเจ็บคอ
- ลักษณะลิ้น: ฝ้าบนลิ้นสีขาวและบาง
หวัดร้อน (风热感冒 - Fēngrè Gǎnmào)
- สาเหตุ: เกิดจากลมและความร้อนเข้ากระทบ หรือหวัดเย็นที่ค้างอยู่นานจนเปลี่ยนเป็นความร้อนสะสม รวมถึงการใช้ชีวิตที่นอนดึกสะสม หรือพักผ่อนน้อยจนร่างกายมีความร้อนภายในสูง
- อาการเด่น: "มีไข้สูง" กลัวหนาวเพียงเล็กน้อย มีเหงื่อออกแต่ไข้ไม่ลด ปวดหัวหนึบๆ กระหายน้ำ น้ำมูกหรือเสมหะข้นเหลือง และ "เจ็บคอมาก"
- ลักษณะลิ้น: ปลายลิ้นแดง ฝ้าบนลิ้นสีเหลืองบาง
---
หลักการแก้ไขและการปรับวิถีชีวิต
แนวทางสำหรับ "หวัดเย็น" (เน้นสร้างความอบอุ่น)
- หลักการรักษา: ขับไล่ความเย็น (Dispelling Cold) และกระตุ้นรูขุมขนให้เหงื่อออกเล็กน้อยเพื่อระบายพิษความเย็นออกทางผิวหนัง
- โภชนาการ: หลีกเลี่ยงของแช่เย็น น้ำแข็ง ผลไม้ฤทธิ์เย็น (เช่น แตงโม ส้ม) เพราะจะยิ่งซ้ำเติมความเย็นในปอด
- วิถีชีวิต: ห่มผ้าหนาๆ อยู่ในที่อบอุ่น หลีกเลี่ยงลมโกรก เมื่อเหงื่อออกแล้วต้องรีบเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ห้ามตากลมต่อ
แนวทางสำหรับ "หวัดร้อน" (เน้นความเย็นระบายร้อน)
- หลักการรักษา: ระบายความร้อน (Clearing Heat) และดับพิษอักเสบในลำคอ
- โภชนาการ: ทานอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้มผัก หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน อาหารเผ็ดร้อน (เช่น พริก ขิงแก่) หรือสุรา เพราะจะเพิ่มความร้อนภายใน
- วิถีชีวิต: อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรห่มผ้าหนาเกินไปจนเหงื่อท่วม เพราะจะเสียพลังงานและของเหลว บ้วนปากด้วยน้ำเกลือเพื่อลดความร้อนที่ลำคอ
---
วิธีดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
การแช่เท้า
- หวัดเย็น แช่เท้าในน้ำอุ่นจัดเพื่อขับความเย็นและช่วยให้เลือดลมไหลเวียน
- หวัดร้อน ไม่แนะนำให้ใช้น้ำร้อนจัดขณะมีไข้สูง) |
การนวดกดจุด
- หวัดเย็น: เหอกู่ (合谷 - Hégǔ): ง่ามมือระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง ช่วยขับพิษและแก้ปวดเมื่อย (ห้ามกดในหญิงตั้งครรภ์)
- หวัดร้อน: ชวี่ฉือ (曲池 - Qūchí): ปลายรอยพับข้อศอกด้านนอก ช่วยลดไข้และระบายความร้อนได้ดีมาก
เทคนิคเสริม
- หวัดเย็น: เป่าลมร้อน: ใช้ไดร์เป่าผมเป่าลมอุ่นๆ บริเวณท้ายทอยเพื่ออุ่นเส้นลมปราณไล่ความเย็น
- หวัดร้อน: นวดจุดไต้จุ้ย (大椎 - Dàzhuī): บริเวณกระดูกสันหลังคอข้อที่นูนที่สุดเวลาหมอบหน้า เพื่อระบายพิษร้อน
---
เมนูอาหารและชาสมุนไพรบำบัด
เมนูสำหรับหวัดเย็น (รสเผ็ดอุ่น)
- ชาน้ำขิงต้นหอมขาว: ใช้ เซิงเจียง (生姜 - Shēngjiāng: ขิงแก่) ต้มกับ ชงไป๋ (葱白 - Cōngbái: หัวต้นหอมส่วนสีขาว) ดื่มอุ่นๆ เพื่อช่วยอุ่นร่างกายและขับเหงื่อ
- ชาใบจื่อซู: ใช้ จื่อซูเย่ (紫苏叶 - Zǐsūyè) ช่วยกระจายลมเย็นและแก้อาการคัดจมูก
เมนูสำหรับหวัดร้อน (รสเผ็ดเย็น)
- น้ำเก๊กฮวยสะระแหน่: ใช้ จวี๋ฮวา (菊花 - Júhuā: เก๊กฮวย) ต้มแล้วใส่ เป๋าเหอ (薄荷 - Bòhé: สะระแหน่) ตอนท้าย ช่วยระบายความร้อนส่วนบนและลดอาการเจ็บคอ
- น้ำดอกสายน้ำผึ้ง: ใช้ จินอิ๋นฮวา (金银花 - Jīnyínhuā) มีฤทธิ์ช่วยระบายความร้อนและดับพิษอักเสบ
---
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ
- การกระตุ้นเหงื่อ: ในหวัดเย็น เป้าหมายคือให้มี "เหงื่อออกเล็กน้อย" เท่านั้น ห้ามทำให้เหงื่อออกโชกเพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียรุนแรง
- สัญญาณเตือน: หากมีไข้สูงกว่า 39°C, หายใจหอบ, ซึมลง หรือดูแลตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ต้องหยุดและไปพบแพทย์ทันที
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ร่างกายแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน การใช้ยาสมุนไพรจีนควรปรึกษา แพทย์แผนจีน เพื่อการวินิจฉัยกลุ่มอาการ (เจิ้ง) ที่แม่นยำที่สุด
---
หมายเหตุ:
ตำรับยาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรูปแบบ
(ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนใช้ยา)
- สำหรับหวัดเย็น: มักใช้ตำรับ จิงฝางไป้ตู๋ซ่าน (荆防败毒散) เพื่อขับลมเย็นและสลายพิษ
- สำหรับหวัดร้อน: มักใช้ตำรับ อิ๋นเฉียวซ่าน (银翘散) ซึ่งโดดเด่นในการระบายความร้อนและบรรเทาอาการเจ็บคอ