อาหารไม่ย่อย

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย? กู้ระบบย่อยคืนสมดุลด้วยวิถีการแพทย์แผนจีน

อาการอาหารไม่ย่อย (Indigestion) ในมุมมองของ การแพทย์แผนจีน ไม่ได้มองแค่เรื่องของกระเพาะอาหารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของอวัยวะสำคัญอย่าง ม้าม (Spleen) และ ตับ (Liver) เมื่อระบบเหล่านี้เสียสมดุล พลังงานที่ควรไหลเวียนกลับติดขัด จึงเกิดอาการอึดอัด แน่นท้อง หรือปวดมวนตามมา

---

รูปแบบความไม่สมดุลและสาเหตุ

ตามหลักการแพทย์แผนจีน แม้ว่าจะมีอาการอาหารไม่ย่อยเหมือนกัน แต่รูปแบบความไม่สมดุลที่เป็นเหมือนสาเหตุของอาการ อาจแตกต่างกัน สามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบหลักๆ ดังนี้:

ก. อาหารตกค้างในกระเพาะอาหาร (Food Stagnation)

  • ลักษณะ: รู้สึกแน่นท้องมากหลังทานอาหาร มีกลิ่นปาก เรอมีกลิ่นอาหาร หรือคลื่นไส้
  • สาเหตุ: ทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป หรือทานอาหารที่ย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด ขนมหวานจัด

ข. พลังตับระรานกระเพาะ (Liver Qi Stagnation Attacking Stomach)

  • ลักษณะ: แน่นชายโครง เรอบ่อย อาการมักสัมพันธ์กับอารมณ์ เช่น เครียดแล้วปวดท้อง หรือหงุดหงิดง่าย
  • สาเหตุ: ความเครียดสะสม การเก็บกดอารมณ์ หรือใช้ชีวิตเร่งรีบเกินไป ทำให้ "ชี่" (พลังงานไหลเวียน) ของตับติดขัดและไปรบกวนระบบย่อย

ค. ม้ามและกระเพาะอาหารพร่องเย็น (Spleen and Stomach Deficiency Cold)

  • ลักษณะ: ปวดท้องแบบตื้อๆ ชอบให้คนนวดหรือประคบอุ่นที่ท้อง ท้องเสียบ่อย หรืออุจจาระเหลว
  • สาเหตุ: ทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น (น้ำแข็ง น้ำเย็น ผักสด) มากเกินไป หรือทำงานหนักพักผ่อนน้อย จนร่างกายขาด "พลังหยาง" (ความอบอุ่น) ในการย่อยอาหาร

---

หลักการแก้ไขและการดูแลตนเอง

การปรับวิถีชีวิตและโภชนาการ

  • กินแค่ 70%: อย่าทานจนอิ่มแน่น เพื่อให้มีพื้นที่ในกระเพาะสำหรับกระบวนการย่อย
  • เคี้ยวให้ละเอียด: ลดภาระให้ม้ามและกระเพาะอาหาร
  • เลี่ยงของเย็น: โดยเฉพาะผู้ที่มีธาตุพร่องเย็น ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น

เทคนิคบำบัดด้วยตนเอง

การนวดกดจุด (Acupressure):

  • จุดจูซานหลี่ (Zusanli): อยู่ใต้สะบ้าหัวเข่าลงมา 3 นิ้วมือ (นอกกระดูกหน้าแข้ง) ช่วยบำรุงม้ามและกระเพาะ
  • จุดเน่ยกวน (Neiguan): อยู่เหนือเส้นข้อมือด้านใน 2 นิ้วมือ ช่วยลดอาการคลื่นไส้และแน่นหน้าอก
  • จุดจงหว่าน (Zhongwan): อยู่กึ่งกลางระหว่างลิ้นปี่กับสะดือ ช่วยปรับสมดุลกระเพาะอาหารโดยตรง

การนวดหน้าท้อง: นวดวนตามเข็มนาฬิการอบสะดือ 30-50 รอบ หลังอาหาร 1 ชม. เพื่อช่วยการเคลื่อนตัวของลำไส้

การแช่เท้า: แช่น้ำอุ่น (40-42°C) ก่อนนอน ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและดึงพลังงานลงสู่เบื้องล่าง

การกัวซาและการครอบแก้ว: ช่วยระบายความติดขัดของ "ชี่" บริเวณแผ่นหลังส่วนกลาง (จุดเชื่อมต่อพลังม้ามและกระเพาะ) และหน้าท้องเพื่อระบายลม

---

เมนูอาหารและชาสมุนไพรแยกตามรูปแบบ

อาหารตกค้าง

  • ชาซันจาเปลือกส้ม: ซันจา 10ก. + เฉินผี 5ก. ต้มน้ำดื่ม | ซันจาช่วยย่อยเนื้อสัตว์ เฉินผีช่วยขับลม |
  • หัวไชเท้าตุ๋น | ช่วยระบายอาหารที่ค้างสะสมและลดอาการท้องอืด |

ตับติดขัด (เครียด)

  • ชากุหลาบ (Rosebud Tea) | ช่วยให้พลังตับไหลเวียนสะดวก ผ่อนคลายอารมณ์ |
  • ชาเปลือกส้ม (Chen Pi) | ปรับสมดุลชี่ในทางเดินอาหาร ลดอาการเรอบ่อย |

พร่องเย็น

  • น้ำขิงพุทราจีน: ขิงแก่ 5 แว่น + พุทราจีน 5 เม็ด | เพิ่มความอบอุ่นให้กระเพาะ บำรุงม้าม |
  • โจ๊กพุทราจีนและขิง | ย่อยง่ายและช่วยเพิ่มพลังงานหยางให้ระบบย่อย |

---

ศัพท์น่ารู้การแพทย์แผนจีน (Glossary)

ชี่ (Qi): พลังงานชีวิตที่คอยผลักดันให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ปกติ

ม้าม (Spleen): ในทางจีนหมายถึง "ระบบย่อยและดูดซึมสารอาหาร" ไม่ใช่แค่อวัยวะม้ามตามกายภาพ

หยาง (Yang): พลังงานความอบอุ่น หากหยางพร่องจะทำให้ระบบย่อยทำงานเฉื่อยชาและขี้หนาว

ข้อควรระวังสำคัญ:

  • ซันจา (Hawthorn): มีฤทธิ์ขับเลือดเสีย หญิงตั้งครรภ์ควรระมัดระวัง
  • หัวไชเท้า: อาจลดฤทธิ์ของยาบำรุง (เช่น โสม) หากทานยาบำรุงอยู่ควรเว้นระยะห่าง
  • การครอบแก้ว/กัวซา: หลังทำห้ามอาบน้ำเย็นหรือตากลม 4-6 ชม. และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ
  • ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนใช้ยาสมุนไพรทุกครั้ง

 

---

หมายเหตุ:

ตำรับยาจีนที่เหมาะสม (สำหรับอ้างอิง)

1. Bao He Wan: สำหรับภาวะอาหารตกค้าง แน่นท้อง จุกเสียด
2. Xiao Yao San: สำหรับภาวะตับติดขัดจากความเครียดที่ส่งผลต่อระบบย่อย
3. Liu Jun Zi Tang: สำหรับภาวะม้ามและกระเพาะพร่อง ช่วยเสริมกำลังในการย่อย

Visitors: 366,263