ทำไมกินน้ำเย็น/ชาไข่มุก แล้วท้องอืด? อธิบายด้วยม้าม
ทำไมกินน้ำเย็น/ชาไข่มุก แล้วท้องอืด? อธิบายด้วย 'ม้าม'
เคยมั้ยครับ? สั่งชาไข่มุกหวานน้อย น้ำแข็งเต็มแก้วมาดูดดับร้อนให้ชื่นใจ แต่พอผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ความฟินกลับเปลี่ยนเป็นความจุก แน่นท้อง อึดอัด เหมือนอาหารไม่ย่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น!
ในทางแพทย์แผนจีน อาการนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่เป็นเพราะเรากำลังทำร้าย "ม้าม" (脾 - pí) อวัยวะสำคัญในระบบย่อยอาหารโดยไม่รู้ตัว
---
ม้ามชอบความอบอุ่น แต่เรากลับป้อนความเย็นจัด
ตามตำราแพทย์แผนจีน คัมภีร์โบราณได้กล่าวไว้ว่า "ม้ามชอบความแห้งอบอุ่น และเกลียดความชื้นเย็น" (喜燥恶湿 - xǐ zào wù shī)
หน้าที่หลักของม้ามเปรียบเสมือน "เตาเผา" หรือไฟที่คอยให้ความร้อนแก่กระเพาะอาหาร เพื่อเคี่ยวและย่อยแป้ง นม น้ำตาล รวมถึงสารอาหารต่างๆ ให้กลายเป็นพลังลมปราณ (气 - qì) นำไปเลี้ยงทั่วร่างกาย
เมื่อเราดูดชาไข่มุกเย็นจัดหรือน้ำใส่น้ำแข็งลงไป เปรียบเสมือนการ "เอาน้ำเย็นจัดไปราดลงบนเตาเผาที่กำลังทำงาน"
ม้ามเกิดอาการช็อก: ไฟความร้อนในการย่อยดับลงทันที
การย่อยอาหารชะงัก: อาหารและน้ำตาลชานมค้างอยู่ในกระเพาะ ย่อยไม่ได้
เกิดความชื้นขัง (湿气 - shī qì): ของเสียตกค้างเปลี่ยนสภาพเป็นความชื้น ดันจนเกิดแก๊ส ท้องอืด แน่นท้อง และบวมน้ำตามมา
---
3 วิธีเซฟ 'ม้าม' สำหรับสายติดชาเย็น
1. ปรับระดับความเย็น: เปลี่ยนจากน้ำแข็งเต็มแก้ว เป็นน้ำแข็งน้อย หรือดื่มน้ำอุณหภูมิห้องแทน
2. อย่าดื่มพร้อมมื้ออาหาร: เว้นระยะการดื่มน้ำเย็นหรือชานมหลังกินข้าวอย่างน้อย 30-45 นาที เพื่อให้ม้ามย่อยอาหารมื้อหลักได้สมบูรณ์ก่อน
3. จิบน้ำขิงอุ่นๆ ช่วยฟื้นฟู: หากรู้สึกแน่นท้องหลังกินของเย็น ให้จิบน้ำขิงอุ่นๆ เพื่อเติมพลังไฟให้ม้ามกลับมาเผาผลาญและไล่ความชื้น
ชานมแก้วโปรดกินได้ครับ แต่ต้องรู้วิธีดูแลม้ามควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ระบบย่อยอาหารของเราแข็งแรงไปนานๆ ครับ!

#สุขภาพ #สุขภาพดี #รอบรู้เรื่องสุขภาพ #สาระน่ารู้ #อาหารเป็นยา #การแพทย์แผนจีน #หมอจีน #ท้องอืด #ชาไข่มุก #ปรับสมดุลร่างกาย